

ความคุ้มค่าด้านขนาดหน้าจอ (Ultimate Big-Screen Value): เปิดประสบการณ์จอไซส์ยักษ์ 75 นิ้ว ในงบประมาณสองหมื่นต้นถึงกลาง ซึ่งปกติจะได้แค่ไซส์ 55–65 นิ้วของบางแบรนด์
ขุมพลังสี Quantum Dot (QLED): แก้จุดบอดของทีวีจอใหญ่ราคาประหยัดที่มักจะสีซีด โดยรุ่นนี้ให้สีสันที่สดอิ่ม สว่าง และคงความสดของสีได้ยาวนาน
รองรับมาตรฐาน HDR ครบทุกค่าย: ใส่มาทั้ง Dolby Vision, HDR10+, HDR10 และ HLG ทำให้ดูหนังหรือซีรีส์สตรีมมิงได้แสงเงาคอนทราสต์ที่ถูกต้องตามต้นฉบับ
ฟังก์ชันเกมมิ่ง 120Hz DLG (Dual Line Gate): แม้พาเนลหน้าจอเนทีฟจะอยู่ที่ 60Hz แต่มีเทคโนโลยี 120Hz DLG / Game Accelerator และรองรับ ALLM ช่วยเร่งการแสดงผลให้ลื่นไหลระดับ 120Hz สำหรับการต่อเล่นเกมคอนโซล
ขาตั้งปรับระดับความกว้างได้ (Adjustable Feet): แก้ปัญหาเรื่องชั้นวางทีวีไม่กว้างพอ โดยสามารถเลือกติดตั้งขาตั้งแบบชิดด้านในหรือขยายออกขอบนอกได้

เทคโนโลยี 120Hz DLG (Dual Line Gate): แม้ตัวพาเนลเนทีฟจะทำงานที่ 60Hz แต่ทีวีมาพร้อมเทคโนโลยีเร่งเฟรมเรต 120Hz DLG ซึ่งปรับอัลกอริทึมการสแกนภาพแนวตั้งเพื่อจำลองอัตราการรีเฟรช 120Hz ช่วยลดภาพกระตุกและภาพเบลอในการเล่นเกม
Game Master พร้อม Game Bar: รองรับระบบ ALLM (Auto Low Latency Mode) ที่จะสลับเข้าสู่โหมดเกมโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบการเชื่อมต่อของเครื่องเล่นเกมคอนโซล ช่วยลดค่าความหน่วงของสัญญาณภาพ (Input Lag) ให้ต่ำลง พร้อมแถบเมนูลัดบนหน้าจอสำหรับปรับแต่งค่าภาพขณะเล่นเกมได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ลำโพงสเตอริโอกำลังขับรวม 30 วัตต์: ติดตั้งลำโพงคู่ (2 x 15W) ที่ให้ระดับเสียงดังชัดเจน ครอบคลุมพื้นที่ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ได้สบาย เสียงพูดและบทสนทนามีความคมชัด ไม่แบนแห้ง
มิติเสียงรอบทิศทาง: รองรับการประมวลผลเสียงทั้ง Dolby Atmos และ DTS Virtual:X จำลองมิติเสียงโอบล้อม ช่วยเสริมอรรถรสในฉากแอ็กชันหรือเสียงเอฟเฟกต์รอบทิศทาง พร้อมพอร์ต HDMI eARC รองรับการส่งสัญญาณเสียงคุณภาพสูงไปยังชุดเครื่องเสียง Soundbar แยกภายนอก